ทั่วไป · 1 กันยายน 2569
TTB ผนึก DBS รุก Wealth โอนพอร์ตลงทุนเงินบาทจาก DBSVT คาดเสร็จ พ.ค.70
TTB ผนึก DBS รุก Wealth โอนพอร์ตลงทุนเงินบาทจาก DBSVT คาดเสร็จ พ.ค.70 posttoday
สิ่งที่เกิดขึ้น
ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ประกาศความร่วมมือกับ DBS เพื่อขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) โดยส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้คือการโอนพอร์ตการลงทุนสกุลเงินบาทจาก DBS Vickers Securities (Thailand) หรือ DBSVT มาอยู่ภายใต้การดูแลของ TTB โดยกระบวนการโอนดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2570
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ TTB ต้องการรุกตลาดบริหารความมั่งคั่งอย่างจริงจังมากขึ้น ด้วยการอาศัยพันธมิตรต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและเครือข่ายระดับภูมิภาคอย่าง DBS เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการที่มีอยู่
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ
การโอนพอร์ตการลงทุนระหว่างสถาบันการเงินไม่ใช่เพียงกระบวนการทางเทคนิคด้านหลังบ้าน แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนสูงสำหรับลูกค้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ ความต่อเนื่องของข้อมูลบัญชี และประสบการณ์ในการเข้าถึงพอร์ตลงทุนของตนเองในช่วงเปลี่ยนผ่าน สำหรับผู้บริหารในสายงานประสบการณ์ลูกค้าและการออกแบบบริการ ดีลลักษณะนี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่าองค์กรจะรักษาความไว้วางใจของลูกค้าไว้ได้อย่างไรในขณะที่โครงสร้างธุรกิจเบื้องหลังมีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับ TTB การผนึกกำลังกับ DBS ยังเป็นสัญญาณของการยกระดับความสามารถในการให้บริการลูกค้ากลุ่มมีสินทรัพย์สูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดหวังทั้งความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับสากลและการให้บริการที่ราบรื่นไร้รอยต่อ การควบรวมพอร์ตจากผู้เล่นรายอื่นเข้ามาบริหารเองจึงเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและความเสี่ยงด้านประสบการณ์ลูกค้าไปพร้อมกัน
ตัวเลขสำคัญ
- พฤษภาคม 2570 คือกำหนดเวลาที่คาดว่ากระบวนการโอนพอร์ตการลงทุนสกุลเงินบาทจาก DBSVT มายัง TTB จะแล้วเสร็จ
มุมมองจาก Renascence
ดีลลักษณะนี้มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของโครงสร้างธุรกิจและกลยุทธ์การขยายตลาดเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสำเร็จของการควบรวมพอร์ตลงทุนขนาดใหญ่วัดผลได้จากสิ่งที่ลูกค้าปลายทางรู้สึกในช่วงเปลี่ยนผ่านมากกว่าตัวเลขทางบัญชี
สิ่งที่ผู้บริหารส่วนใหญ่มองข้ามในการควบรวมพอร์ตลงทุนคือ "ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่ใจ" ของลูกค้า — ตั้งแต่คำถามว่าข้อมูลบัญชีจะยังถูกต้องหรือไม่ ไปจนถึงว่าที่ปรึกษาการลงทุนคนใหม่จะเข้าใจเป้าหมายทางการเงินของตนเองเพียงใด หลักเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมชี้ว่าความไว้วางใจสร้างได้ยากกว่าที่จะเสียไป องค์กรที่ทำเรื่องนี้ได้ดีจึงไม่ใช่แค่ผู้ที่โอนข้อมูลได้ถูกต้องตรงเวลา แต่คือผู้ที่สื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอตลอดกระบวนการ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองยังเป็นผู้ควบคุมสถานะทางการเงินของตนเองอยู่เสมอ แม้ชื่อผู้ให้บริการเบื้องหลังจะเปลี่ยนไปก็ตาม
แหล่งที่มา
บทสรุปนี้เขียนโดย Newsdesk ของเรา โดยสังเคราะห์รายงานจากสำนักข่าวที่อยู่ด้านล่างนี้ โปรดติดตามลิงก์เพื่อดูข่าวต้นฉบับ
เพิ่มเติมใน ทั่วไป
ก้าวล้ำนำหน้าด้าน CX
รับสัญญาณ ไม่ใช่เสียงรบกวน
เรื่องราวที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ของลูกค้า รวมถึงวารสารและ Experience Loom ส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ